2006/Sep/30

ลงไม่ทันแล้ว!

ตอนนี้อาจะเละเทะหน่อยนะครับ เพราะปั่นมาส่ง

ปล.อยากได้ Fanart กับ โลโก้เรื่องจังเลยครับ ใครใจดีอยากวาดก็วาดๆส่งๆมานะครับผม

ปล.2 ตั้งแต่ตอนนี้ไปจะเพิ่ม "คอมเม้นท์ตัวเอง" นะครั (คงจะไม่พูดถึงสำนวนเพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแบบไหนดีไม่ดี ^^

Gene CrisiS

"ห้องกว้างเป็นบ้า...." ฮาร์ชกล่าวขึ้นก่อนจะเดินสำรวจตามนิสัย

ห้องๆนี้กว้างจริงดังที่ฮาร์ชว่า นอกจากนี้ยังทำจากเหล็กล้วนๆซึ่งแทบจะไม่มีในทาชิคาเดีย

"นายคิดว่าไงอ่ะโครโน?" ฮาร์ชหันมาถามตาแป๋ว

"หมายถึง?" โครโนเลิกคิ้ว ตาสีฟ้าฉายแววสงสัย

ฮาร์ชเห็นแววตาสงสัยจึงขยายความ "ก็ทุกอย่างนั่นหละ ทั้งไอ้ออร์คพวกนั้น ห้องที่เป็นเหล็กนี่ แล้วก็..."

"พอๆ ก็...ที่นี่อาจจะเป็น...สถาบันวิจัยใต้ดินอะไรซักอย่าง...คอยทดลองมนุษย์ให้กลายพันธุ์เพื่อใช้ในการทหารล่ะมั้ง?" โครโนประชด

คำตอบของโครโนทำเอาฮาร์ชต้องกลั้นหัวเราะ "นายนี่...เอาเข้าจริงๆก็ตลกนะ..."

"ก็ไม่ผิดเสียทีเดียวหรอกนะ..." เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการหมุนเปิดของแผ่นเหล็ก

ทั้งสองหันไปทางต้นเสียง เขาเป็นชายอายุประมาณ 60 ปีแต่ท่าทางแข็งแรง สวมชุดคลุมยาวสีแดง ตาสีเขียวน้ำทะเลทอประกายทรงอำนาจ

"คงไม่เคยมีใครสอนเธอสินะ ว่าอย่าเข้ามายุ่มย่ามในห้องส่วนตัวของคนอื่นน่ะ?" เขาถามเสียงเย็น

"แหม...ลุง กะอีแค่ยื้มห้องหลบออร์คนิดๆหน่อยๆเอง" ฮาร์ชพูดอย่างร่าเริง

"ชื่ออะไร..." ชายคนนั้นถาม

"ฮาร์ช ซทิฟฟ์ฮาร์ท"

"โครโน เรการ์ด"

เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง "ไม่น่าละ...ชั้น...คาร์ลอส โครเบิร์ต"

"ไม่ได้ถามครับ" ฮาร์ชตอบกวนๆ

"พ่อเธอเค้าไม่ได้สอนรึไงว่าเวลาผู้ใหญ่พูดน่ะ...อย่าสอด!" คาร์ลอสตะโกนขึ้น จบคำ วัตถุสีดำยาวก็พุ่งออกมาจากแขนเสื้อคาร์ลอส แต่ความเร็วของฮาร์ชยังคงเหนือกว่า เด็กหนุ่มกระโดดหลบจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่ทันที

"ความไวใช้ได้..." ชายตรงหน้าเอ่ยอีก

"แส้!" ฮาร์ชตะโกนลั่นเมื่อเห็นวัตถุนั้นได้ถนัดตา "ไม่ยักรู้ว่ายังมีคนแก่มีรสนิยมแบบนี้อีก"

คาร์ลอสไม่สนใจคำของฮาร์ช หันไปทางโครโน ".357 กับ 9 มม. งั้นหรอ...ปืนอย่างอื่นใช้เป็นหรือเปล่า?"

"ถ้าไอ้อย่างอื่นที่กว่า คือ ปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ปืนลูกซอง ปืนกลเบา ปืนไรเฟิล เครื่องยิงลูกระเบิดแล้วก็เครื่องพ่นไฟก็เรียกว่าใช้เป็นครับ" โครโนบอกอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีฟ้าใสบัดนี้ทอประกายตื่นเต้น

คาร์ลอสทำเหมือนจะไม่ได้ยินเรื่องสรรพคุณของโครโน ยังคงถามต่อ "คิดว่าตัวเองยิงแม่นแค่ไหน?"

เจ้าของตาสีฟ้าทำหน้าเหมือนถูกสบประมาท ปืนพกคู่กายสองกระบอกถูกชักออกมาจากซองทันที "จะลองไม๊ล่ะลุง?"

"ก็ดี ถ้าเธอคิดว่าเธอจะยิงชั้นโดนละก็นะ" คาร์ลอสยิ้มเยาะๆ

"ฮาร์ช หมอบลง" โครโนเสียงดังขึ้นเหมือนสั่ง

"โครโน....นี่นายคงไม่..."

ปัง!

"รับทราบแล้วครับ" ฮาร์ชยิ้มแหยๆก่อนจะหมอบลงเมื่อพบว่ากระสุนเมื่อครู่ผ่านหูเขาไปนิดเดียว

"เอาละนะลุง" โครโนเอ่ยก่อนจะเริ่มยิง

กระสุนนัดแล้วนัดเล่าถูกส่งออกจากปากกระบอกปืนทั้งสอง เสียง ปัง! ปัง! ก็ดังไม่หยุดจนฮาร์ชหูอื้อ ปลอกกระสุนทั้งสองขนาดกระจายเต็มพื้น โครโนยิงแล้วยิงอีก กระสุนสำรองที่เจ้าตัวเตรียมไว้เผื่อฉุกเฉินกลับถูกเอามายิงเหมือนของฟรี

แต่มันไม่ถูกชายนาม คาร์ลอส โครเบิร์ตเลยแม้แต่นัดเดียว

แม้จะเป็นชายวัยกลางคนแต่คาร์ลอสกลับเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าฮาร์ชเสียอีก กระสุนที่ว่าเร็วแล้วยังเร็วไม่เท่าสายตาและการเคลื่อนไหวของชายคนนี้ จนในที่สุด...

แชะ!

"อ้าว...หมดซะแล้วแฮะ" คาร์ลอสหัวเราะยิ้มๆ ท่าทางเยือกเย็นเมื่อครู่หายไปหมด ทิ้งให้โครโนยืนเบิกตาค้างอยู่ ดวงตาสีฟ้าของเด็กหนุ่มเวลานี้ฉายแววประหลาดใจระคนตื่นตระหนก เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว

"อย่างไรก็ตาม...ถือว่าแววดีทั้งคู่" คาร์ลอสเอ่ยเสียงแจ่มใสก่อนจะค่อยๆก้าวข้ามกองปลอกกระสุนที่กระจายเกลื่อนพื้นเข้ามา "อยากลองเป็น...ฮีโร่ดูบ้างรึเปล่า?"

ไม่รอคำตอบ ชั่วเวลาเพียงไม่กี่วินาที คาร์ลอสใช้ความเร็วของตนรัดคอเด็กหนุ่มทั้งสองจนสลบกองกับพื้น ไม่มีเวลาให้ตกใจด้วยซ้ำ

"เสียใจ ชั้นให้พวกเธอปฏิเสธไม่ได้หรอก" เขาเอ่ยเนิบเนย ประกายเศร้าบ่งชัดในดวงตาแวบหนึ่ง


^ ใครมีภาพเท่ๆเอาไว้แบ่งช่วงแทนไอ้เส้นแบบนี้ รบกวนส่งให้ผมทีนะครับ

ดาร์คเอลฟ์หนุ่มเบี่ยงตัวหลบดาบในมือคู่ต่อสู้ได้แบบฉิวเฉียด หากมีรีเวนจ์ในมือเขาคงสู้ได้สูสีกว่านี้นัก ตอนนี้ยอดนักฆ่าของทาชิคาเดียทำได้แค่หลบการโจมตีที่เข้ามาอย่างไม่หยุด เลือดก็ยังไหลออกจากแผลที่สู้กับก็อบลินไม่หยุด

"อย่าหลบสิ ฟ็อกซ์!" เฟรย์น่าตะโกนลั่น

กีนิซหยุดนิ่งแทนคำตอบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากหนี แต่ตอนนี้ด้านหลังของเขาก็เป็นกำแพงเหล็กเสียแล้ว

เฟรย์น่าก้าวประชิดตัวช้าๆ หากแต่หนักแน่น ตอนนี้ "บลู วูลฟ์" ของเธออยู่ห่างจากลำคอกีนิซไม่ถึงนิ้ว

แต่กีนิซกลับสังเกตได้ถึงแววตาลังเลของเธอจึงกล่าวขึ้น "เป็นอะไรไป เฟรย์น่า อาจารย์เคยสอนไม่ใช่รึว่า..."

"หยุดพูดถึงเรื่องอาจารย์นะ!" ดาร์คเอลฟ์สาวตะโกนขัด เสียงของเธอตอนนี้สั่นทีเดียว "คนอย่างนาย...ไม่มีสิทธิ์...พูดถึงคนพวกนั้นหรอกนะ...ถ้าวันนั้น...นายไม่..."

กีนิซไม่รอให้เธอพูดจบ ใช้มือซ้ายปัดมือขวาที่จ่อคออยู่ อาศัยช่องว่างชกท้องเฟรย์น่าเต็มแรงจนร่างบางของดาร์คเอลฟ์สาวล้มลงในอ้อมแขนเขา

"โทษทีนะ...เฟรย์น่า.." กีนิซเอ่ยเสียงเบาก่อนจะล้มลงเพราะบาดแผล


คอมเม้นท์ตัวเอง : คนอะไรขี้เกียจเป็นบ้า บอกว่าจะลงสัปดาห์ละตอนก็กลายเป็นสองสัปดาห์ตอนซะได้ น่าเกลียดจริง สำหรับตอนนี้ผมชอบใจฉากตอนคาร์ลอสลองพลังที่สุดครับ โดยเฉพาะตอนโครโนฟิวส์ขาดยิงกระจุย (แอบโรคจิต)

ตอนหน้า : ตอนหน้าคงจะได้เฉลยกันซักทีนะครับว่าคาร์ลอส "ทดสอบ" ฮาร์ชกับโครโนไปเพื่ออะไรรวมทั้งความหมายของการเป็น "ฮีโร่" แล้วก็คงจะได้เข้าเรื่องในส่วนของ "พลัง" จริงๆเสียทีละนะครับ

ข่าวดี : ตอนหน้าจะคลายปมหลายๆปมนะครับ (ทำทำไมก็ไม่รู้)

ข่าวร้าย (หรืออาจจะดี) : กว่าจะได้ลงตอนหน้าคงนาน เพราะผมจะกลับไปเขียนตอนแรกๆใหม่ครับ (คนบ่นเยอะมากว่าตอนแรกๆไม่ละเอียด ขาดระเบียบ เละเทะ ฯลฯ) ก็เลยจะแก้ครับผม

ขอบพระคุณที่สละเวลามาอ่านครับ

~*เจมส์ปุ๊รินริน*~

08/10/2006

03.22 A.M.

edit @ 2006/10/03 20:27:06


edit @ 2006/10/04 21:13:31
edit @ 2006/10/05 23:23:37
edit @ 2006/10/06 23:19:58
edit @ 2006/10/08 03:18:07
edit @ 2006/10/08 03:32:37
edit @ 2006/10/10 20:46:07
edit @ 2006/10/10 23:14:06
edit @ 2006/10/10 23:25:53

2006/Sep/21

หาปุ่มแทรกรูปไม่เจอ!

ไม่อยากจะเชื่อเลยครับว่าหยุดลงไปเดือนกว่าแน่ะ! (คนอ่านที่มีอยู่น้อยนิดก็คงหายหมด T_T) ก็มันมะว่างจริงๆอ้ะ T_T เอาเป็นว่าตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้ว จะพยายามลงให้ได้สัปดาห์ละตอนละกันนะครับ

Edit : เพิ่มย่อหน้าสองย่อหน้าอ่ะนะ เพราะว่ามันจะได้จบภาคนี้ตอนนี้ไปเลย (ขอโทษที่ทำให้ต้องลำบากมาอ่านใหม่นะ ^^;)

Gene CrisiS

สายลมยามดึกพัดมาปะทะใบหน้าพร้อมควันบุหรี่....

บลิทซ์ปล่อยบุหรี่มวนสุดท้ายในมือลงพื้นก่อนจะใช้เท้าดับ รอบๆตัวมีบุหรี่นับสิบมวนกลิ้งไปตามแรงลม ในมือขวาของดาร์คเอลฟ์หนุ่มมีดาบยาวเล่มหนึ่งอยู่ในมือ

"ลมเย็นดีนะครับ" เสียงนุ่มดังขึ้นเบื้องหลัง

"แกเองก็คิดเหมือนกันเรอะ?" บลิทซ์ตอบโดยไม่หันไปมอง

"รู้ตัวมาตั้งนานแล้วสินะครับ?" ร่างเบื้องหลังตั้งคำถามขึ้น

"ฮื่อ..."ดาร์คเอลฟ์หนุ่มรับคำเนือยๆก่อนจะหันหลังมาดูร่างนั้น

เจ้าของร่างเป็นชายหนุ่มอายุไม่น่าถึงสามสิบปี ผมยาวประบ่ามัดไว้เรียบร้อย มีแว่นสายตาวางไว้บนดั้งจมูก สวมชุดสีขาวทั้งตัว

"จูบิลิส เครเซนท์.....มือสังหารเงาจันทร์ อายุ 28 สูง 176 หนัก 54 ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย...หน้ายังกะเด็กนักเรียน" บลิทซ์ยิ้มกวนๆ

ผู้ฟังถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนกล่าวบ้าง "บลิทซ์ วินด์เซ็ท เจ้าของฉายา เมทัลฟ็อกซ์อายุ 35 สูง 177 หนัก 53 เชี่ยวชาญอาวุธหลากหลายรูปแบบ หัวหน้ากลุ่มมือสังหาร ทริปเปิ้ลทริคส์"

"ตอนนี้น่าจะเหลือซัก 52 แล้วมั้ง...พอรู้เรื่องแกทำเอาชั้นกินข้าวไม่ลงไปเลย" ดาร์คเอลฟ์หนุ่มตอบพร้อมยิ้มกวนๆบนใบหน้า "มีอะไรให้รับใช้ล่ะ?"

"น่าจะรู้กันอยู่นะครับ...." จูบิลิสเอ่ยก่อนหรี่ตาลง "เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหนครับ?"

ดาร์คเอลฟ์หนุ่มฟังจบถอนใจยาว "แกก็เหมือนกับคนอื่นนั่นหละ.....งานนี้ได้เท่าไหร่?"

ชายหนุ่มผู้ฟังยิ้มมุมปาก "ไม่ได้ซักเหรียญเดียวครับ...ผมรับงานนี้เอง เพื่อที่จะได้สู้กับคุณ.." เขาสูดหายใจนิดหนึ่งก่อนกล่าวต่อ "แต่ว่ารับงานมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ..."

"ชั้นพอจะเข้าใจนะ รับงานแล้วทำไม่ได้มันค่อนข้างจะเสียหน้า...สินะ" คู่สนทนาตอบกลับมา "แต่ว่า....แกรับงานผิดแล้วล่ะ!"

สิ้นเสียงตะโกน บลิทซ์ก็พุ่งดาบในมือใส่ศัตรูทันที

"แกร๊ง!" จูบิสยกวัตถุหนึ่งขึ้นกัน บลิทซ์สังเกตลักษณะมันว่าคล้ายดาบ หากแต่ทอประกายเรืองรองประดุจแสงจันทร์

"มูนไลท์..."บลิทซ์เอ่ยขึ้นทั้งที่ปะทะดาบกันอยู่ "ดาบที่รวมเอาแสงจันทร์เป็นพลังงานผสมกับเวทมนตร์จนแสงจันทร์แปรสภาพเป็นของแข็งและมีความคมเป็นเยี่ยม...ดาบดี"

เจ้าของดาบยิ้มน้อยๆ "เลือกตั้งนานแน่ะครับ เพราะไม่แน่ใจว่าจะเอาคุณอยู่"

"จะบอกอะไรให้นะไอ้หนู...." บลิทซ์ยิ้มมุมปากก่อนจะตวัดดาบของตนขึ้นไป ทำให้มูนไลท์ปักอยู่ไม่ห่างจากเบื้องหลังจูบิลิสนัก "ไอ้นี่ก็เอาชั้นไม่อยู่หรอกเฟ้ย"

เจ้าของดาบมูนไลท์เพียงกล่าวเบาๆ "แล้วถ้านี่ละครับ?"

สิ้นเสียง เท้าของบลิทซ์ก็ถูกบางสิ่งรัดไว้แน่น

"ไวเบิร์นทังก์...." ดาร์คเอลฟ์หนุ่มกล่าวทั้งๆที่สิ่งนั้นค่อยๆเลื้อยมารัดร่างของเขา "แส้ที่มีพลังพิเศษในการแทงทะลุผิวดิน..ไอ้นี่ก็ของดี"

"ถูกต้องครับ" ชายหนุ่มยิ้มบางๆลอดกรอบแว่น พลางก้าวไปหยิบมูนไลท์เบื้องหลัง กล่าวต่อ "ในเมื่อขยับไม่ได้แล้วเนี่ย มีกะจิตกะใจจะบอกผมเรื่องเด็กคนนั้นบ้างรึยังครับ?"

บลิทซ์หัวเราะหึๆ ก่อนตอบ "จูบิลิส ถึงงานของชั้นมันอาจจะไม่มีเกียรตินัก แต่จะให้ชั้นเอาศักดิ์ศรีไปแลกกับชีวิตน่ะ...ชั้นทำไม่ได้หรอก"

"งั้นผมก็คงไม่มีทางเลือกอื่น..." นักฆ่าหนุ่มเอ่ยก่อนจะวาดดาบลง ตะโกนก้อง "มูนดิไวด์!"

จบคำ แสงจันทร์ที่เคยเป็นดาบก็พุ่งตรงเข้าสู่จุดที่บลิทซ์ถูกตรึงไว้ แต่พริบตาเดียวก่อนที่ลำแสงจะถึงตัวบลิทซ์....

"ดาร์ค เอ็กซ์โพลชั่น!"

ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังลั่น หากแต่รอบข้างกลับมืดลง อีกทั้งคลื่นดาบของจูบิลิสถูกกลืนหายไปในความมืด

เหมือนเวลาผ่านไปแสนนาน หากแท้จริงเป็นเพียงชั่วครู่เดียว หลังฝุ่นควันสีทะมึนจางลง ร่างเล็กๆค่อยๆปรากฎต่อสายตาจูบิลิส

ร่างเล็กๆนั้นอายุไม่น่าเกิน 14 ปี หูเรียวยาวกับผิวสีเทาอมฟ้าบ่งบอกชัดถึงเผ่าดาร์คเอลฟ์ ดวงตาคู่เล็กทว่าฉายประกายกดดัน ในมือทั้งสองข้างมีดาบที่บลิทซ์ทำตกไปเพราะแรงรัดของไวเบิร์นทังก์เมื่อสักครู่

"กีนิซ..." บลิทซ์ส่งเสียงเอื่อยๆ "บอกให้หนีไปพร้อมกับพวกโอเรนแล้วไม่ใช่เรอะ?"

"ก็คุณโอเรนเค้าไม่เห็นตอนผมหลบออกมานี่ครับ" เจ้าของร่างเล็กตอบนิ่งๆ

"งั้นเรอะ..แต่ว่า ชั้นขยับไม่ได้แล้ว ปกป้องเธอไม่ได้หรอกนะ" ผู้เป็นอาจารย์กล่าว

กีนิซถอนใจแรงก่อนตอบ "ผมไม่ดั้นด้นมาเพื่อให้ใครปกป้องหรอกนะครับ...." พูดจบก็พุ่งตัวออกไป

"ของแบบนั้นใช้ไม่ได้ผลหรอกเฟ้ย!" จูบิลิสตะโกนก่อนจะปล่อยไวเบิร์นทังก์ผุดขึ้นมาจากดิน

ผิดคาด กีนิซในตอนนี้เร็วกว่าบลิทซ์เสียอีก เมื่อไวเบิร์นทังก์โผล่ถึงพื้น ร่างของเขาก็อยู่สูงจากพื้นมากแล้ว

"เสร็จชั้นล่ะ ย้าก!" กีนิซตะโกนก่อนจะคว้าดาบฟันลงพื้น

กีนิซว่าไวแล้ว จูบิลิสเองก็ว่องไวไม่แพ้กัน เมื่อเห็นเงาของดาบผ่าอากาศมาก็รีบถอยออก ดาบของกีนิซจึงฟันถากไป

"โดนแค่ถากๆแฮะ...ไม่เบานี่พี่ชาย" กีนิซกล่าวพร้อมยิ้มกวนๆแบบเดียวกับอาจารย์ของเขา แต่ยังไม่ทันจะได้ยืนดีก็ต้องทรุดตัวลง กีนิซเหลียวดูจึงเห็นเลือดสีแดงฉานไหลออกจากแผลบริเวณร่องไหล่ซ้าย

"รู้สึกว่า...มูนดิไวด์ของชั้นก็ไม่ได้ไร้ผลซะทีเดียวหรอกนะ" นักฆ่าหนุ่มยิ้มเลือดเย็น ดวงตาฉายแววของผู้ชนะไว้ชัดเจน แต่เมื่อจะก้าวเข้ามาเผด็จศึก ร่างกายกลับชาดิกจนขยับไม่ได้

"ฮ่าๆ ดาบนั่นก็ของดีเหมือนกันนะโว้ย!" เป็นบลิทซ์ที่หัวเราะอยู่เบื้องหลังนั่นเองที่กล่าวขึ้น "โดนเข้าไปดาบนึง ถึงจะแค่ถากๆก็เหอะ ขยับไม่ได้เป็นชั่วโมงๆเลยนา"

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปจูบิลิสจึงไม่มีทางอื่น "ชิ...ไอ้เด็กบ้า แล้วชั้นจะมาเอาคืน" กล่าวจบเกิดแสงแสบตาแวบหนึ่ง ร่างของจูบิลิสก็หายไปจากที่นั่น

"กีนิซ!" ดาร์คเอลฟ์หนุ่มรีบถลันเข้าไปดูอาการศิษย์ หลังจากไวเบิร์นทังก์คลายออกเพราะขาดคนควบคุม

แผลของกีนิซทั้งใหญ่ทั้งลึก เลือดสีแดงยังคงไหลไม่หยุด กระนั้น เจ้าของแผลยังคงเงยหน้ามองอาจารย์ของตน รอยยิ้มกว้างปรากฎบนใบหน้าที่ตอนนี้ซีดลงจนเห็นได้ชัด "เป็นไงครับ?....ใช้ได้...เลยใช่ม้า?

ดาร์คเอลฟ์หนุ่มค่อยบรรจงช้อนร่างเล็กๆนั้นมาแนบกาย มีรอยยิ้มจางๆให้เห็นบนใบหน้า

ไม่ใช่รอยยิ้มกวนๆแบบที่ทำเป็นประจำ

ไม่ใช่รอยยิ้มที่ทำให้ใครต่อใครต้องมีโมโห

เป็นรอยยิ้มที่จริงใจ....อบอุ่น...แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน.....

กีนิซรู้สึกได้.....

"ตั้งแต่ชั้นเก็บเธอมาเลี้ยง...." บลิทซ์เริ่มกล่าวอย่างยากลำบาก "ชั้น...รักเธอ...เหมือนลูกชาย...มันเป็น...ความรู้สึกที่...ชั้นไม่เคยรู้สึกกับใคร"

"ผมก็เหมือนกันครับ....อาจารย์" กีนิซเอ่ยเสียงเบา น้ำตาเอ่อคลอเบ้า "อาจารย์...ก็เหมือนกับ...เป็นพ่อผม...ถึงวันนี้...ผมตาย...ไม่เคย..."

"ไม่ใช่เธอหรอกกีนิซ...เป็นชั้นต่างหาก"

ถึงตอนนี้ กีนิซเพิ่งจะเริ่มสังเกต ทั้งๆที่สติเลือนลาง ร่างของอาจารย์กลับค่อยๆจางลงๆ

"หลังจากนี้...เธอต้อง...อยู่ด้วยตัวเธอ...เอง...โชคดี...นะ"

นั่นคือคำสุดท้ายที่กีนิซได้ยินก่อนที่สติจะดับวูบ....


แดดอุ่นๆยามเช้าสาดเข้ากระทบใบหน้า บังคับให้กีนิซต้องลุกขึ้นจากผืนหญ้านุ่มๆนี่เขาคิดว่าจะได้นอนตรงนี้ตลอดกาลเสียแล้ว

"ปวดหัวเป็นบ้า..." ดาร์คเอลฟ์ตัวน้อยบ่นโอดโอยพลางสำรวจรอบตัว ก่อนจะต้องเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ

แผลใหญ่ที่ไหล่หายสนิท เหลือเพียงรอยขาดของชุดสีดำที่สวมเมื่อวาน แม้กระทั่งแผลถลอกรอบๆตัวก็หายไปหมด

อาจเป็นเพราะมีคำถามคาใจมากมาย กีนิซจึงตัดสินใจเดินวนดูรอบๆบ้านเสียก่อน ตัวบ้านแทบจะไม่ได้ความเสียหายจากการโจมตีเมื่อคืน ตรงกันข้ามกับพื้นหญ้านุ่มๆที่เขานอนอยู่ก่อนหน้านี้

ดาร์คเอลฟ์ตัวน้อยเดินไปเรื่อยๆอย่างไรจุดหมาย ก่อนจะพบคำตอบหลังบ้าน

ดาบเล่มเดียวกันกับเมื่อวาน หากแต่ไม่มีเจ้าของ กีนิซเดินช้าๆไปหยิบดาบเล่มนั้น

"มาจนได้นะ กีนิซ..." เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว

กีนิซไม่ได้ตามหาต้นเสียง หากแต่เพียงหรี่ตาลง

"ถ้าเธอได้ยินเสียงนี้ก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่รอดมาได้ ตอนนี้วิญญาณชั้นอยู่ในดาบเล่มนี้แหละ ชั้นขอให้เธอนำมันติดตัวไปด้วย อาจารย์ อย่างชั้นก็อยากจะลองเป็น อาวุธ ดูบ้างน่ะนะ แล้วก็...ตัวเธอเองคงรู้ดีว่าตัวเองอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ชั้นก็อยากจะให้เธอทำตามที่เธอต้องการ โชคดีนะ ศิษย์รัก"

"ปล. ดาบเล่มนี้มีอะไรดีๆอีกเพียบ ถ้าเธอเก่งขึ้นก็คงจะรู้เองล่ะนะ"

กีนิซค่อยๆดึงดาบเล่มนั้นขึ้นมาจากพื้น สายตาของดาร์คเอลฟ์หนุ่มตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ไม่มีสายตาร่าเริง การตะโกนเสียงดังเหมือนเด็กๆอีก แววตาของเขาตอนนี้...เยือกเย็นและแสนเศร้า...

"ครับอาจารย์....ผมรู้แล้วว่าควรทำอะไร" กีนิซเอ่ยเนือยๆก่อนจะเดินหันหลังให้บ้าน

บ้านที่เคยอยู่อาศัย...

บ้านที่เคยให้ความอบอุ่น...

ไม่มี...อีกแล้ว...

ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านครับผม ^^

24/09/2006

~*เจมส์ปุ๊รินริน*~

แอบบอกนิด ผมเกือบน้ำตาไหลแหนะตอนเขียนย่อหน้าท้ายๆ ^^


edit @ 2006/10/03 12:21:42

2006/Jul/09

เพ้อจริงแฮะเรา~

โดดลงมาหลายอาทิตย์ ขอโทษด้วยครับ (ซีด) คือมุกมันตันจริงๆครับ สภาวะจิตใจมิใคร่ปกติเลยคิดไม่ค่อยออก ฉะนั้นตอนนี้ถ้ามันไม่สนุก(ปกติก็ไม่ค่อยจะสนุกอยู่แล้ว) ผิดหลายๆจุด หรือผิดพลาดประการใด ก็ขออภัย ณ ที่นี้เลยละกันนะครับ

Gene CrisiS

"อะไรของแกหา จ้องหน้ายังกะจะหาเรื่อง" บลิทซ์เอ่ยขึ้นในบ้านหลังเดิมตอนรุ่งสางวันต่อมา

"ก็....จะให้พูดยังไงดีล่ะครับ" โอเรนที่ทำหน้างงตอบ

"คาดไม่ถึง..." คอร์ผู้ไม่ค่อยพูดกล่าวต่อด้วยเสียงเย็น

"ก็แล้วยังไงล่ะ?" บลิทซ์โต้ตอบอย่างท้าทาย "กลัวว่าไอ้พวกที่จ้างเราจะมาเอาสินค้าคืนรึไง?" พูดจบก็ยิ้มกวนๆแบบที่ทำเป็นประจำ

โอเรนถอนหายใจ ใครจะไปรู้ว่าบลิทซ์จะถูกใจเด็กทั้งสองขนาดนี้...พลางนึกถึงประโยคต้นเหตุ เสียงกวนๆของบลิทซ์ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท

"ไม่เอามันแล้วสิบสองล้าน ชั้นจะเลี้ยงไอ้สองคนนี่"

บลิทซ์ดีกับเด็กสองคนนี้จนโอเรนอดสงสัยไม่ได้ บลิทซ์ไม่เคยรู้สึกผูกพันกับเด็กคนไหนทั้งนั้น แม้กระทั่งกับดาร์คเอลฟ์ด้วยกัน

"แล้วจะให้ผมบอกคนจ้างว่าไงละครับ?" โอเรนหน้าเสีย

"ไม่คืน อยากได้ก็จ้างคนมาลักพาตัวต่อเอง" บลิทซ์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ พลางเอามือขวาจับศีรษะเด็กชายตัวเล็กๆที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง

หกปีให้หลัง

"ก็ประมาณนี้หละนะ หลังจากนั้นก็เลยตั้งชื่อพวกเธอ กีนิซ..." บลิทซ์หันไปทางเด็กชาย "แล้วก็เฟรย์น่า" ก่อนจะเบือนหน้าไปทางเด็กหญิง "แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มฝึกดาบให้...สอนโน่นสอนนี่....พวกเธอสองคนน่ะแววดีจะตาย! หน้าตาถูกชะตาชั้นด้วย" บลิทซ์ยิ้มกวนๆ

"แล้ว...ผมกับเฟรย์น่าเนี่ย ใครเก่งกว่ากันครับ?" กีนิซถามตาแป๋ว ตรงไปตรงมาอย่าเด็กๆ

"ก็...ถ้าวัดกันจริงๆก็คงเป็น...เธอหละมั้ง" บลิทซ์ตอบอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ของเฟรย์น่าจึงรีบพูดต่อ "เรื่องฝีมือดาบละก็นะ ถ้าด้านเวทมนตร์ละก็ ชั้นรู้สึกว่าเฟรย์น่าจะเหนือกว่า"

สีหน้าเฟรย์น่าไม่ดีขึ้น บลิทซ์ถอนใจก่อนจะหันหน้าไปทางโอเรน "โอเรน ไอ้นั่นน่ะเก็บไว้ไหน?"

โอเรนซึ่งพร้อมจะแก้ไขสถานการณ์อยู่แล้วถามรายละเอียดต่อทันที "ถ้าให้ผมเดา...ดาบสั้นสีฟ้า ของแถมจากงานเมื่อซักสองสามเดือนก่อนใช่ไหมครับ?" ถามจบก็ยิ้มตามแบบฉบับ

"ฮื่อ..." บลิทซ์รับคำ

ไม่นานนักโอเรนก็กลับมาพร้อมดาบสั้นในมือ ลักษณะของมันเป็นสีฟ้า ค่อนข้างใสจนทอประกายรับกับแสงอาทิตย์ ความยาวไม่มากนัก บลิทซ์รับมันมาอย่างรวดเร็วก่อนจะยื่นให้เฟรย์น่า กล่าวหนักแน่น

"ไอ้นี่ชื่อ บลูวูลฟ์...ทีนี้พวกเธอทั้งสองคนก็ฝีมือเท่ากันแล้ว"

เฟรย์น่าถอยกรูด ก้มหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเบา "หนูคิดว่า....น่าจะเหมาะกับกีนิซ...มากกว่าค่ะ"

บลิทซ์คุกเขาลงตรงหน้าเธอก่อนจะวางมือบนไหล่เฟรย์น่า ดวงตาหนักแน่นกว่าทุกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะกล่าวอะไร กีนิซก็ผลักดาร์คเอลฟ์หนุ่มออกไปก่อนจะยืนแทนที่

"ดาบนั่นยกให้เธอก็ได้ แต่ยังไงชั้นก็ยังเก่งกว่าเธอ"

บลิทซ์ตั้งท่าจะดุ แต่แล้วก็ต้องหัวเราะเมื่อได้ยินประโยคที่ตามมา

"เพราะงั้น ชั้นคนนี้จะเป็นคนปกป้องเธอเอง เข้าใจนะ"

ทั้งบลิทซ์ทั้งโอเรนทั้งดีใจ ตลก แล้วก็แปลกใจในเวลาเดียวกันที่เด็กอายุไม่ถึงแปดปีตั้งใจที่จะปกป้องคนอื่นขนาดนี้

"งั้นก็ดี...." บลิทซ์กล่าวขึ้น สายตามุ่งมั่นคู่นั้นจ้องตรงมายังตาสีน้ำเงินเข้มของคู่สนทนา "แต่ว่า....ไอ้การจะปกป้องคนอื่นได้น่ะ ต้องมีฝีมือพอตัวอยู่น้า" สีหน้าของดาร์คเอลฟ์หนุ่มเปลี่ยนไปเป็นกวนๆเหมือนเดิม

"งั้นผมก็จะเก่งขึ้น" เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินเข้มตอบสีหน้าเป็นประกาย

หลายปีต่อมา ก่อนเวลาปัจจุบัน 8 ปี

"ดีมาก...อย่างงั้นหละ..." ดาร์คเอลฟ์หนุ่มบิดตัวหลบดาบในมือศัตรูได้อย่างฉิวเฉียดครั้งแล้วครั้งเล่า

กีนิซในวัยสิบสี่ปีหอบแฮ่ก เหงื่อท่วมร่างสีเทาอมฟ้านั้น ในมือมีดาบขนาดเหมาะมืออยู่

"พัฒนาขึ้น แปดเต็มสิบ..." บลิทซ์ตอบด้วยมาดกวนๆ ต่อไป...เฟรย์น่า"

กีนิซก้าวออกไป ปล่อยให้ดาร์คเอลฟ์สาวก้มหน้างุดๆเข้ามายืนแทนที่ ในมือของเธอมีดาบสีน้ำ

"เริ่มเลย...." บลิทซ์เอ่ยลอยๆ

เฟรย์น่าพุ่งดาบเข้าหาบลิทซ์ทันที แต่บลิทซ์ก็สมกับเป็นยอดมือสังหาร เบี่ยงตัวหลบได้ทันเวลา

"ไม่ต้องยั้งมือ! คิดซะว่าชั้นเป็นศัตรูของเธอ!" บลิทซ์ตะโกน

เฟรย์น่าบิดตัวกลับก่อนจะกระโดดขึ้น

"ข้างบนก็ดีอยู่...แต่ว่า...." บลิทซ์บิดตัวหลบอีก บลูวูลฟ์ของเธอจึงปักลงกับพื้น

"ถ้าพลาดก็จะเกิดช่องโหว่....ถ้าเป็นไปได้ควรจะ..." ดาร์คเอลฟ์หนุ่มกล่าวต่อ

เฟรย์น่าที่ดาบปักอยู่กับพื้นจู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมา บลิทซ์ที่ไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีดาบสีฟ้าใสก็พาดอยู่ที่คอเสียแล้ว

"ใช้ช่องว่างที่ศัตรูชะล่าใจจู่โจมต่อเนื่องทันที" กีนิซยิ้มกว้างหลังต่อประโยคจบ "วันนี้เธอเต็มสิบ"

รอยยิ้มบางๆปรากฎบนใบหน้าของทั้งสาม ตรงกันข้ามกับโอเรนที่วิ่งหน้าตั้งมา

"อะไรอีกล่ะ?" บลิทซ์ทำเสียงเบื่อๆ "ชั่วโมงของชั้นยังเหลืออีกนะเฟ้ย"

"เรื่องใหญ่แล้วครับ!" โอเรนที่ยังหอบเอ่ยอย่างลำบาก "พวก...นั้น....จ้าง...จูบิลิส..."

บลิทซ์สีหน้าเปลี่ยนไปทันใด ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ กล่าวช้าๆ "ไปบอกคอร์นะ เก็บของเตรียมชิ่งได้เลย"
edit @ 2006/07/09 22:09:28


edit @ 2006/07/23 22:19:28